

เขาค้อเป็นชื่อเรียกรวมของทิวเขาน้อยใหญ่ต่างๆ ของเทือกเขาเพชรบูรณ์ ในเขตอำเภอเขาค้อ ซึ่งเหตุผลที่เรียกว่า “เขาค้อ” เพราะว่าป่าบริเวณนี้ มีต้นค้อที่เป็นไม้ตระกูลปาล์มขึ้นกันอยู่มากมาย เลยทำให้อากาศบนเขาค้อเย็นสบายตลอด แม้อยู่ในฤดูร้อนและเย็นจัดในฤดูหนาว
ป่าไม้ในแถบนี้เป็นป่าเต็งรังหรือป่าไม้สลัดใบ ป่าสน และป่าดิบ พันธุ์ไม้ตระกูลปาล์มลักษณะจะคล้ายต้นตาล แต่ผลที่ออกมาคล้ายหมาก ถึงแม้ปัจจุบันป่าจะถูกถางออกไปมากแล้ว แต่ยังมีอยู่ให้เห็นบ้าง
นอกจากพื้นที่ป่าอันสวยงาม ยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกด้วย เนื่องจากพื้นที่ตรงนี้ในอดีต เป็นสถานที่ทางราชการ ใช้ในการสู้รบกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ก่อนที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยจะแพ้พ่ายและสูญหายไปจากประเทศไทย และในสถานที่สำคัญหลายแห่งบนเขาค้อ ยังปรากฎหลักฐานเหล่านี้อยู่เป็นจำนวนมาก
สถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ในเขาค้อ เช่น อนุเสาวรีย์จีนฮ่อ พิพิธภัณฑ์อาวุธ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเขาค้อ อย่างพระบรมธาตุเจดีย์และพระตำหนักเขาค้อ
จุดเด่นของเขาค้อ
จุดเด่นของเขาค้อ คือ สถานที่ท่องเที่ยวและจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเที่ยวชมทะเลหมอกในฤดูฝนและฤดูหนาว แถมยังมีอากาศที่เย็นตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เคยผ่านการสู้รบระหว่างรัฐบาลกับคอมมิวนิสต์ในอดีต
เรียกได้ว่าหากได้มีโอกาสเดินทางมาเที่ยวเพชรบูรณ์แล้ว ต้องมาให้ถึงเขาค้อ ห้ามพลาดสถานที่แห่งนี้เลยทีเดียว เพราะเขาค้อนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์เลยก็ว่าได้ เป็นการรวมความหลากหลายทางชีวภาพ พันธุ์พืชและสัตว์ป่านานาชนิด จุดชมวิวทิวทัศน์มากมาย ทั้งน้ำตก ถ้ำ เกาะ แก่ง หน้าผา และอื่นๆ ตลอดจนจุดท่องเที่ยวที่เป็นประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง อีกทั้งเขาค้อยังถูกประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 125 ของประเทศไทยอีกด้วย
สถานที่สำคัญในเขาค้อ
เขาค้อนั้นมีสถานที่สำคัญหลายที่ มีทั้งวัด เจดีย์ พระตำหนัก อนุสรณ์ พิพิธภัณฑ์ โดยแต่ละที่ต่างมีจุดเด่นกันไปคนละแบบ มีความเป็นมาที่น่าสนใจ เหมาะแก่การเรียนรู้ แถมยังมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามอีกด้วย จะมีที่ไหนบ้าง มาดูกันดีเลยกว่า
ประวัติวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว
วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2547 โดยก่อนหน้านั้นสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งปฏิบัติธรรมมาก่อน ต่อมาปี พ.ศ. 2553 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว” เพื่อให้สอดคล้องกับบริเวณที่ตั้ง ซึ่งแต่เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า “ผาซ่อนแก้ว” นั่นเอง
มีร่างที่ไม่เน่าเปื่อยของพระครูพัชราจารย์ หรือหลวงพ่อทบ บรรจุศพอยู่ในโลงแก้ว เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ และมีซากโบสถ์เก่าสมัยอยุธยา อายุกว่า 300 ปี
เยี่ยมชมและสักการะวัดเก่าแก่คู่บ้านของชาวเพชรบูรณ์ ซึ่งมีอายุกว่า 300 ปี โดยสันนิษฐานว่าปลูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากหลักฐานที่ขุดพบเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2547 คือซากปรักหักพังของโบสถ์เก่าและมีการบูรณะตกแต่งด้วยการสร้างพระพุทธรูปปางประทานพรไว้ตรงกลางอย่างสวยงาม ประดับรูปปั้นช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์อยู่บริเวณปากทางเข้าวัด ความวิจิตรตระการตาภายในวัดอาจทำให้คุณทึ่งและตื่นตาไปกับจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวสสันดรชาดก และยังเป็นที่เก็บรักษาสรีระที่ไม่เน่าเปื่อยของพระครูวิชิต พัชราจารย์ หรือ "หลวงพ่อทบ" พระสงฆ์ที่เป็นที่เคารพของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีพลังจิตแก่กล้าเหนือธรรมชาติ เชื่อกันว่าท่านได้บรรลุธรรมชั้นสูง จนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ตามประวัติเล่าว่า หลวงพ่อทบได้ศึกษาวิชาอาคมมาจากเขมร จนเป็นที่เลื่องลือทางด้านเครื่องรางของขลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชื่อเสียงในด้านแคล้วคลาดจากภยันตราย อยู่ยงคงกะพัน ใน พ.ศ. 2516 หลวงพ่อทบได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดใหม่ ใช้เวลาบูรณะอยู่ 3 ปี ตัวของท่านก็ป่วยและมรณภาพในวันงานศิลาฤกษ์พระอุโบสถหลังที่ 17 ร่างของหลวงพ่อทบบรรจุอยู่ในโลงแก้วภายในมณฑป เป็นที่สักการะของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์และผู้ที่เดินทางผ่านไปมา อย่าพลาดเดินชมโบราณสถานเก่าแก่ภายในบริเวณวัด เช่น วิหาร เจดีย์เก่า เจดีย์ใจดี เจดีย์ใจร้าย ศาลาเปรียญ หอสวดมนต์ และกุฏิสงฆ์
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ มรดกโลก UNESCO
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ นั้น ถือได้ว่าเป็นแหล่งอารยธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทยเลยค่ะ เพราะเป็นพื้นที่ที่ปรากฎร่องรอยหลักฐานสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์แล้ว รวมไปถึงมีร่องรอยเกี่ยวกับวัฒนธรรมทวารวดีและเขมรด้วย ประมาณ 800 ปีก่อนนั่นเองค่ะ
ทำให้ เมืองโบราณศรีเทพ แห่งนี้ ก็ได้รับเลือกให้เป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2566 ที่ผ่านมา ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 45 ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
โดยเป็น แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของไทยแห่งที่ 4 ต่อจาก เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร, นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ทำให้ที่นี่เป็น แหล่งมรดกโลกแหล่งที่ 7 ของประเทศไทย